เคยเป็นกันไหม ที่รู้สึกว่าใส่แว่นแล้วก็ยังมองไม่ชัด มองระยะไกลได้ดี แต่พออ่านหนังสือหรือมองมือถือ กลับต้องหรี่ตาหรือถอดแว่นออก ปัญหาเหล่านี้อาจเกิดมาจากค่าสายตาที่เปลี่ยนแปลง แว่นตาเสื่อมสภาพ หรือแว่นตาไม่พอดีกับใบหน้า ซึ่งล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและการทำงาน เลนส์โปรเกรสซีฟ คือคำตอบสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้ เลนส์ชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาสายตายาวตามวัย (Presbyopia) โดยมีการไล่ค่าสายตาจากบนลงล่างบนเลนส์แผ่นเดียว ทำให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นชัดทุกระยะ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแว่นหลายอัน เหมาะกับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ต้องการความสะดวกสบายในการมองเห็น

ใส่แว่นแล้วแต่ก็ยังมองไม่ชัด เป็นเพราะอะไร

ใส่แว่นแล้วแต่ก็ยังมองไม่ชัด เป็นเพราะอะไร เราขอนำเสนอ 3 สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ใส่แว่นแล้วมองไม่ชัด พร้อมแนวทางแก้ไขดังนี้

ค่าสายตาเปลี่ยนแปลงบ่อยเกินไป

ค่าสายตาเกิดการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากสายตาของคนเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น ค่าสายตาอาจเปลี่ยนแปลงเร็วและบ่อย หากกำลังอยู่ในช่วงวัยนี้ และรู้สึกว่าใส่แว่นแล้วมองไม่ชัด มีโอกาสสูงที่ค่าสายตาอาจเปลี่ยนแปลงแล้ว ซึ่งควรไปตรวจวัดสายตากับนักทัศนมาตรใหม่ เพื่อตัดแว่นและเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟให้ตรงกับค่าสายตาปัจจุบัน

เลนส์แว่นตาเสื่อมสภาพ

เลนส์แว่นตาเสื่อมสภาพ เลนส์แว่นตามีอายุการใช้งานแตกต่างกัน โดยทั่วไปแล้ว เลนส์พลาสติกควรเปลี่ยนใหม่ทุก 1-2 ปี เลนส์แก้วควรเปลี่ยนใหม่ทุก 2-3 ปี ส่วนเลนส์โปรเกรสซีฟควรเปลี่ยนใหม่ทุก 3-4 ปี หากใช้งานเลนส์แว่นตาเกินอายุการใช้งาน เลนส์อาจเสื่อมสภาพ เกิดรอยขีดข่วน หรือมีคราบสกปรกสะสม ส่งผลต่อการมองเห็น ทำให้มองไม่ชัด ดังนั้น ควรตรวจสอบเลนส์แว่นตาอยู่เสมอ หากพบรอยขีดข่วนหรือคราบสกปรก ควรทำความสะอาดอย่างถูกวิธี หรือเปลี่ยนเลนส์ใหม่ เพื่อรักษาการมองเห็นให้ชัดเจน

แว่นตาไม่พอดีกับใบหน้า

แว่นตาที่ไม่พอดีกับใบหน้า อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตา ปวดตา หรือมองไม่ชัด สาเหตุอาจมาจากกรอบแว่นที่มีขนาดใหญ่หรือเล็กเกินไป ขาแว่นที่ปรับไม่พอดี หรือแว่นที่วางตำแหน่งไม่ตรงกับศูนย์กลางของตา ดังนั้น ควรเลือกซื้อแว่นตาจากร้านที่มีมาตรฐาน และให้ทัศนมาตรช่วยปรับแว่นให้พอดีกับใบหน้า โดยคำนึงถึงขนาดของกรอบแว่น ตำแหน่งของเลนส์ และระยะห่างระหว่างเลนส์กับตา

เลนส์โปรเกรสซีฟ ข้อดี

เลนส์โปรเกรสซีฟ ตอบโจทย์เรื่องการมองเห็น

เลนส์โปรเกรสซีฟ ตอบโจทย์เรื่องการมองเห็น เป็นเลนส์แว่นตาชนิดพิเศษ ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาสายตายาวตามวัย ซึ่งเป็นภาวะที่สายตาสูญเสียความสามารถในการมองเห็นระยะใกล้ โดยเลนส์โปรเกรสซีฟจะมีค่าสายตาที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องไปตามความโค้งของเลนส์ ทำให้ผู้สวมใส่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในทุกระยะ โดยไม่ต้องถอดแว่นเข้าออก

ข้อดีของเลนส์โปรเกรสซีฟ

ข้อดีของเลนส์โปรเกรสซีฟ มีหลัก ๆ ได้แก่

มองเห็นชัดทุกระยะ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแว่นหลายอัน

มองเห็นชัดทุกระยะ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแว่นหลายอัน เลนส์โปรเกรสซีฟช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในทุกระยะ ทั้งระยะไกล ระยะกลาง และระยะใกล้ โดยไม่ต้องถอดแว่นเข้าออก สะดวกต่อการใช้งาน และช่วยให้ผู้สวมใส่มีบุคลิกภาพที่ดี

ใช้งานสะดวก เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย

ใช้งานสะดวก เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เลนส์โปรเกรสซีฟช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถใช้งานแว่นตาเพียงอันเดียว โดยไม่ต้องพกพาแว่นหลายอันสำหรับการมองระยะต่าง ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ หรือผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย

เพิ่มความมั่นใจเมื่อสวมใส่

เพิ่มความมั่นใจเมื่อสวมใส่ ดูเป็นธรรมชาติ เลนส์โปรเกรสซีฟมีการออกแบบที่เรียบเนียน ไม่มีรอยต่อระหว่างโซนการมองเห็น จึงดูเป็นธรรมชาติ ไม่เหมือนกับแว่นตาสองชั้น ที่มักจะมีรอยต่อชัดเจน

ตัดกับกรอบแว่นได้หลากหลายสไตล์

ตัดกับกรอบแว่นได้หลากหลายสไตล์ เลนส์โปรเกรสซีฟช่วยเสริมภาพลักษณ์ และตอกย้ำความมีสไตล์ของแต่ละบุคคลได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากรอบรับทุกระดับค่าสายตาแล้ว ยังเข้ากับเทรนด์ในปัจจุบันอีกด้วย

หลักการทำงานของเลนส์โปรเกรสซีฟ

หลักการทำงานของเลนส์โปรเกรสซีฟ มี 3 หลักเด่น ๆ ประกอบไปด้วย

  1. พื้นผิวเลนส์โค้งแบบพิเศษ: พื้นผิวเลนส์โปรเกรสซีฟจะโค้งเว้าไปมาอย่างต่อเนื่อง โดยความโค้งเว้าของเลนส์จะเปลี่ยนแปลงไปตามความยาวของเลนส์ บริเวณด้านบนของเลนส์จะมีความโค้งเว้าสำหรับมองไกล บริเวณตรงกลางเลนส์จะมีความโค้งเว้าสำหรับมองกลาง และบริเวณด้านล่างของเลนส์จะมีความโค้งเว้าสำหรับมองใกล้
  2. การหักเหของแสง: เมื่อแสงส่องผ่านเลนส์โปรเกรสซีฟ แสงจะถูกหักเหไปในทิศทางต่างๆ ขึ้นอยู่กับความโค้งเว้าของเลนส์ แสงที่ผ่านบริเวณด้านบนของเลนส์จะถูกหักเหไปยังจุดโฟกัสที่อยู่ไกลออกไป ทำให้มองเห็นวัตถุที่อยู่ไกลได้ชัดเจน แสงที่ผ่านบริเวณตรงกลางเลนส์จะถูกหักเหไปยังจุดโฟกัสที่อยู่ห่างปานกลาง ทำให้มองเห็นวัตถุที่อยู่ระยะกลางได้ชัดเจน และแสงที่ผ่านบริเวณด้านล่างของเลนส์จะถูกหักเหไปยังจุดโฟกัสที่อยู่ใกล้ตา ทำให้มองเห็นวัตถุที่อยู่ระยะใกล้ได้ชัดเจน
  3. การปรับตัวของผู้สวมใส่: ผู้สวมใส่เลนส์โปรเกรสซีฟใหม่ๆ อาจต้องใช้เวลาปรับตัวสักระยะหนึ่ง เนื่องจากสมองต้องเรียนรู้ที่จะแปลผลภาพที่ส่งผ่านเลนส์ที่มีค่าสายตาเปลี่ยนแปลง โดยทั่วไปแล้ว ผู้สวมใส่จะสามารถปรับตัวได้ภายในไม่กี่วัน

วิธีการเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟ

วิธีการเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟ เลือกได้จากปัจจัยหลัก ๆ ได้แก่

  • เลือกจากร้านที่มีมาตรฐาน มีทัศนมาตรผู้เชี่ยวชาญ
  • แจ้งค่าสายตา ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณ
  • เลือกเลนส์และกรอบแว่นที่เหมาะกับตัวเอง
  • ปรับเลนส์ให้เข้ากับผู้สวมใส่ ตรวจสอบคุณภาพก่อนรับแว่น

เลนส์โปรเกรสซีฟ ร้านแว่นตา Opticland

การดูแลรักษาเลนส์โปรเกรสซีฟ

การดูแลรักษาเลนส์โปรเกรสซีฟเป็นเลนส์แว่นตาที่มีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้น การดูแลรักษาเลนส์อย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อยืดอายุการใช้งานของเลนส์ และรักษาคุณภาพของภาพที่มองเห็นให้คมชัดอยู่เสมอ แนวทางการดูแลรักษาเลนส์โปรเกรสซีฟ อย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อยืดอายุการใช้งานของเลนส์มีดังนี้

 ทำความสะอาดเลนส์ให้ถูกวิธี

  • ล้างเลนส์ด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาล้างเลนส์แว่นตาโดยเฉพาะ
  • เช็ดเลนส์ด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์เท่านั้น ห้ามใช้น้ำยาเช็ดกระจก ผ้าขนหนู หรือกระดาษทิชชู่ เพราะอาจทำให้เลนส์เป็นรอยขีดข่วน
  • ล้างเลนส์เบาๆ ไม่ควรออกแรงกด เพราะอาจทำให้เลนส์เสียรูป
  • เช็ดเลนส์ให้แห้งสนิทก่อนใช้งาน

ตรวจสอบสภาพเลนส์เป็นประจำ

  • ควรนำแว่นตาไปตรวจสอบกับทัศนมาตรเป็นประจำทุกปี เพื่อตรวจเช็คสภาพเลนส์ กรอบแว่น และค่าสายตา
  • แจ้งทัศนมาตรเกี่ยวกับปัญหาการใช้งานเลนส์ เพื่อรับคำแนะนำในการแก้ไข

ตัดแว่นเลนส์โปรเกรสซีฟที่ Opticland

Opticland ร้านแว่นตาที่ให้บริการตัดแว่นเลนส์โปรเกรสซีฟที่มีคุณภาพสูง  โดยทีมทัศนมาตรผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้คุณได้แว่นตาที่เหมาะกับคุณมากที่สุด