สำหรับใครคนไหนที่สวมใส่แว่นสายตาเป็นประจำ น่าจะเคยได้เห็นรูปต้นไม้หรือบอลลูน เวลาเราไปวัดสายตากับเครื่องวัด ซึ่งจุดนี้เอง คุณเคยสงสัยหรือไม่ เวลามองเข้าไปข้างในจอ ทำไมต้องเป็นรูปบอลลูนด้วย แล้วตัวบอลลูนมีผลอะไรต่อการจ้องมองหรือเปล่า 

วันนี้ Opticland จะพาไปหาคำตอบพร้อมกัน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจถึงหลักการทำงานของเครื่องวัดสายตา รวมไปถึงการตัดแว่นสายตา ว่าควรตัดแบบไหนดี ถึงจะเหมาะสมกับค่าสายตาของผู้รับบริการมากที่สุด

หลักการทำงานของเครื่องวัดสายตาเป็นอย่างไร

ก่อนอื่นต้องขออธิบายหลักการทำงานของเครื่องวัดสายตาด้วยระบบคอมพิวเตอร์สำหรับตัดแว่นสายตาก่อน โดยเครื่องวัดสายตาจะยิงแสงอินฟาเรดเข้าไปที่จอประสาทตาของผู้ถูกวัด หลังจากนั้นเครื่องวัดสายตาจะเริ่มประมวลผลลักษณะการสะท้อนของแสงออกมาเป็นค่าสายตาสั้น ยาว หรือ เอียง

หลักการดังกล่าวข้างต้น เป็นหลักการวัดสายตาในอุดมคติ ซึ่งไม่ได้นำเอาสิ่งที่เรียกว่า กำลังเพ่ง (Accommodation) เข้าไปในการพิจารณาด้วย อธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ ในขณะทำการวัดสายตา ถ้าผู้ถูกวัดมีการเพ่งสายตา จะทำให้ค่าสายตาคลาดเคลื่อนได้ ดังที่เราจะเคยได้เห็นคนที่ทดลองวัดสายตาตามร้านต่าง ๆ แล้วได้ค่าออกมาไม่เท่ากันนั้น อาจเกิดจากการเพ่งนั่นเอง

เครื่องวัดสายตา

สายตาคลาดเคลื่อนเพราะการเพ่ง จริงหรือเปล่า

สายตาคลาดเคลื่อนเพราะการเพ่ง จริงหรือเปล่า คือ ต้องเข้าใจก่อน ว่าระบบการเพ่งของมนุษย์เป็นระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งจะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อมีสิ่งกระตุ้น อย่างในที่นี้สิ่งกระตุ้น คือ การมองวัตถุในระยะใกล้ เช่น การอ่านหนังสือ ดูโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น 

ดังนั้นเพื่อลดโอกาสที่ผู้ถูกวัดจะเพ่งสายตาเวลามองเข้าไปในเครื่องวัดสายตาที่มีระยะสั้น จึงต้องทำให้ภาพที่อยู่ในเครื่อง Autorefractometer เป็นภาพที่เสมือนว่าวัตถุอยู่ในระยะไกล เพื่อหลอกตาของผู้ถูกวัดเหมือนกำลังมองสิ่งของที่อยู่ไกล เพื่อไม่ให้เกิดการเพ่ง และเพื่อให้ผู้ถูกวัดโฟกัสไปที่จุดเดียวอีกด้วย 

เหตุผลข้างต้นจึงเป็นที่มาของรูปต่าง ๆ ในเครื่องวัดสายตาสำหรับตัดแว่นสายตา ไม่ว่าจะเป็น บอลลูน ต้นไม้ หรือภูเขา  เพื่อเป็นจุดดึงสายตาในรูปแบบ 3 มิติ เพื่อลดโอกาสการเกิดการเพ่งของผู้ถูกวัด ซึ่งภาพแต่ละภาพที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิต แต่ล้วนด้วยจุดประสงค์เดียวกันทั้งสิ้น

การวัดสายตาที่ดีควรเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม การวัดสายตาเพื่อตัดแว่นสายตาด้วยระบบคอมพิวเตอร์เป็นวัดสายตาแบบ Objective ไม่มีการถามตอบกับผู้ถูกวัด จึงมีปัจจัยต่าง ๆ มากมายที่จะทำให้ค่าสายตาที่วัดได้คลาดเคลื่อน โดยเฉพาะปัจจัยเรื่องการเพ่ง ดังนั้นการวัดสายตาแบบเต็มระบบ หรือการวัดสายตาที่ดี จึงควรที่จะมีการวัดสายตาดังนี้ 

  • วัดสายตาแบบ Subjective มีการถามตอบตามขั้นตอน
  • วัดสายตาโดยนักทัศนมาตรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสายตา 
  • วัดสายตาในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น ระยะห้องวัด และความสว่าง 

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ หากได้ตัดแว่นสายตาผ่านการวัดสายตาแบบละเอียด จะทำให้มั่นใจได้ว่า ค่าสายตาที่ได้ มีความน่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ได้จริง

ตัดแว่นสายตาที่ Opticland แบบไหนดี

ตัดแว่นสายตาที่ Opticland การเลือกแว่นที่เหมาะสมนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ประเภทของปัญหาสายตา การใช้งาน ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณของคุณ หรือสามารถดูได้จากรายละเอียดด้านล่าง ดังนี้

ประเภทของเลนส์

  • เลนส์สายตาชั้นเดียว : เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงอย่างเดียว ใช้งานง่าย ราคาไม่แพง
  • เลนส์โปรเกรสซีฟ : เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตายาวร่วมกับสายตาสั้น หรือสายตาเอียง ช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนทุกระยะ โดยไม่ต้องเปลี่ยนแว่น
  • เลนส์มัลติโฟกัส : เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาหลายระยะ ต้องการความสะดวกสบาย ใช้งานง่าย แต่ราคาสูงกว่าเลนส์แบบอื่น

วัสดุเลนส์

  • เลนส์พลาสติก : น้ำหนักเบา ทนทาน ราคาไม่แพง แต่มีรอยขีดข่วนได้ง่าย
  • เลนส์โพลีคาร์บอเนต : ทนทาน น้ำหนักเบา ป้องกันรอยขีดข่วน เหมาะสำหรับเด็กหรือผู้ใช้งานที่ต้องการความทนทาน
  • เลนส์กระจก : ใส คมชัดที่สุด แต่หนัก เปราะบาง และราคาสูง

กรอบแว่น

  • วัสดุ : กรอบแว่นมีหลายวัสดุ เช่น โลหะ พลาสติก อะซิเตท เลือกให้เหมาะกับสไตล์การใช้งานและงบประมาณ
  • ขนาด : เลือกขนาดให้เหมาะกับใบหน้า ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป
  • รูปทรง : เลือกรูปทรงที่เข้ากับรูปหน้าของคุณ

ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น แนะนำให้ปรึกษาจักษุแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาก่อนตัดสินใจเลือกแว่นตา