หลาย ๆ คนคงยังไม่คุ้นเคยกับคำว่านักทัศนมาตร วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับนักทัศนมาตรอย่างละเอียดกัน ซึ่งนักทัศนมาตร เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านแก้ไขการมองเห็นของดวงตา รวมไปถึงปัจจัยหลาย ๆ ด้านที่มีผลต่อดวงตาของเรา เหตุผลที่คุณต้องวัดสายตากับนักทัศนมาตร ก็เพราะว่านักทัศนมาตร มีขั้นตอนการตรวจวัดสายตาที่ค่อนข้างละเอียดเป็นไปตามขั้นตอน ตั้งแต่การสอบถามประวัติอาการและปัญหาที่เกิดขึ้น และมีเทคนิคและวิธีการทดสอบความผิดปกติของการทำงานดวงตาของเรา ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่า นักทัศนมาตร จะสามารถแนะนำ ให้คำปรึกษา และแก้ปัญหาทางสายตาของคุณได้ตรงจุด พร้อมให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลในการแก้ไขปัญหาสายตาได้เป็นอย่างดี

นักทัศนมาตรคือใคร มีหน้าที่อะไร ?

          หน้าที่ของนักทัศนมาตร หรือ “Optometrist” คือ การตรวจวัดสายตา และการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากค่าสายตา รวมถึงระบบการมองเห็นที่ผิดปกติ ที่เกิดขึ้นจากกล้ามเนื้อตา มีหน้าที่แก้ปัญหาสายตาโดยใช้เลนส์ คอนแทคเลนส์ การบริหารกล้ามเนื้อตา รวมถึงปริซึม ในการแก้ไขปัญหาสายตา ไม่รวมถึงการรักษาโดยการจ่ายยา และการผ่าตัด แต่สามารถตรวจเช็ค screen สุขภาพตาและโรคตาเบื้องต้นได้ เพื่อส่งต่อจักษุแพทย์ให้ทำการรักษาต่อไป

จักษุแพทย์ ช่างแว่น นักทัศนมาตร แตกกต่างกันอย่างไร?

          ทั้ง 3 อาชีพ มีความสำคัญในการช่วยดูแลสุขภาพสายตาของผู้ที่มีปัญหา ร้านแว่นแต่ละร้าน จึงมีบุคลากรที่แตกต่างกันออกไป แล้วใครถนัดอะไรกันแน่ ?

จักษุแพทย์ (Ophthalmologist) คือ …

          ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการวินิจฉัยโรคตา และการรักษาโรคของดวงตา โดยการผ่าตัด เลเซอร์ และการจ่ายยา

ช่างแว่น (Optician) คือ …

          ผู้เชี่ยวชาญในด้านการตัดประกอบแว่นสายตา ฝนเลนส์ และปรับดัดแว่นตาให้เข้ากับรูปทรงหน้า

นักทัศนมาตร (Optometrist) คือ …

          ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจวัดสายตา รวมถึงระบบการมองเห็นที่ผิดปกติ ที่เกิดขึ้นจากกล้ามเนื้อตา สามารถตรวจเช็คสุขภาพตาเบื้องต้นได้ โดยใช้เลนส์และคอนแทคเลนส์ในการแก้ไขปัญหาสายตา นักทัศนมาตร สามารถตรวจหาค่าสายตาอย่างละเอียดได้ และสามารถจำแนกปัญหาสายตาที่เกิดขึ้นได้ว่า มีสาเหตุของปัญหาสายตามาจากอะไร จึงทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด และให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลในการแก้ไขปัญหาสายตา

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจวัดสายตา ?

          หากคุณกำลังรู้สึกว่าสายตาของคุณมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น หรือเริ่มมีปัญหาสายตาบางอย่าง แต่ไม่สามารถรู้ได้ว่ากำลังจะเป็นอะไร นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญก่อนเกิดปัญหาหรือโรคอื่น ๆ ตามมา ดังนั้นควรเข้ารับการตรวจวัดสายตา เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง หากคุณมีคุณสมบัติหรืออาการเข้าข่ายดังต่อไปนี้ คุณควรเข้ารับการตรวจวัดสายตา

  1. ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัว มีค่าสายตา หรือใส่แว่น และหากเป็นเด็กควรเช็คสายตาทุก ๆ 6 เดือน
  2. ผู้ที่เริ่มรู้สึกว่ามองไม่ชัด ไม่ว่าจะเป็นที่ระยะไกลหรือระยะใกล้ 
  3. ผู้ที่มีปัญหามองไม่ชัดในที่แสงน้อย หรือเวลากลางคืน
  4. ผู้ที่เริ่มมีปัญหาอาการปวดหัว เมื่อต้องเพ่งเล็ง หรือมองอะไรนาน ๆ

วัดสายตา

ตัดแว่น วัดสายตา กับนักทัศนมาตรดีอย่างไร ทำไมคนถึงนิยม ?

มีมาตรฐานรับรอง

          นักทัศนมาตรทุกคนมีการผ่านการสอบเพื่อรับหนังสืออนุญาติหรือใบประกอบให้ทำการประกอบโรคศิลปะ ซึ่งได้การรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข

 มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

  1. สามารถใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Retinoscope ในการตรวจวัดค่าสายตาสั้น ยาว เอียง ได้ 
  2. สามารถใช้อุปกรณ์ visual training ในการฝึกกล้ามเนื้อตาได้

ความเข้าใจในค่าสายตาต่อการเลือกกรอบแว่น

  1. คนที่มีสายตาสั้นเยอะ ๆ ไม่ควรเลือกกรอบแว่นที่มีขนาดกว้างและใหญ่มาก เนื่องจากจุดที่ชัดที่สุดจะอยู่ตรง center ของเลนส์ หากเลือกกรอบใหญ่ จะทำให้ได้รับโซนที่เป็นภาพบิดเบือนมาค่อนข้างเยอะ และจะได้รับความหนาและน้ำหนักของเลนส์มามาก ทำให้ปรับตัวยาก ไม่ค่อยสบายตาเท่ากรอบแว่นที่ขนาดเล็กลงมา
  2. สำหรับคนที่มีค่าสายตายาว หรือเลนส์บวก ไม่ควรเลือกกรอบที่ใหญ่มาก เนื่องจากวงเลนส์ของค่าสายตาบวก จะมีขนาดเล็กกว่าเลนส์ลบ หากเลือกกรอบที่มีขนาดใหญ่ จะทำให้ center ของเลนส์ไม่ตรงและไม่สบายตา เกิดปริซึมเอฟเฟ็ค ทำให้กล้ามเนื้อตาต้องทำงานมากกว่าปกติ
  3. ในคนที่ทำแว่นโปรเกรสซีฟ หรือเลนส์ที่มีการไล่ค่าสายตา ไม่ควรเลือกแว่นที่ความสูงบน-ล่างน้อยมาก หรือขนาดกรอบด้านข้างกว้างมาก เพราะจะทำให้โซนอ่านหนังสือแคบลง ได้รับภาพที่บิดเบือนมากขึ้น และทำให้เลนส์ถูกบีบอัดค่าสายตามากขึ้นด้วย
  4. กรอบแว่นที่โค้งมาก ๆ ไม่เหมาะที่จะทำเลนส์สายตา เนื่องจากจะทำให้ไม่สบายตา ในคนที่มีค่าสายตาสูง หรือในคนที่ทำเลนส์โปรเกรสซีฟจะทำให้มุมมองของภาพดูแคบลง กรอบแว่นที่โค้งมาก ๆ สามารถทำได้ ต้องใช้เลนส์เฉพาะทางสำหรับกรอบที่โค้ง แต่มุมมองภาพอาจจะไม่สบายตาเท่ากับแว่นที่มีความโค้งปกติ

คนเราควรวัดสายตาบ่อยแค่ไหนกันแน่ ?

  1. ในเด็กแรกเกิด-7 ปี ควรเช็คสายตาเป็นประจำทุก ๆ 6 เดือน กับจักษุแพทย์ เนื่องจากต้องใช้ยาขยายม่านตา เพื่อตรวจเช็คค่าสายตาได้อย่างแม่นยำและเป็นช่วงที่สามารถป้องกันและรักษาสายตาขี้เกียจ ได้ดีที่สุดในช่วงอายุนี้
  2. ในช่วงอายุ 7-12 ปี ควรเช็คสายตาเป็นประจำทุก ๆ 6 เดือน หรือ 1 ปี สามารถเช็คได้ทั้งกับนักทัศนมาตรและจักษุแพทย์
  3. ในช่วงอายุ 12 ปีขึ้นไป ควรเช็คสายตาประจำทุก ๆ 1 ปี หรือหากเริ่มมีอาการมองไม่ชัด หรือชัดน้อยลง ก็สามารถเข้ามาตรวจเช็คสายตากับนักทัศนมาตรได้
  4. ในช่วงอายุ 35-40 ปี ถ้าหากเริ่มมีอาการมองใกล้ไม่ชัด หรือต้องยืดแขนออกไปเพื่อให้มองได้ชัดขึ้น ควรเข้ามาเช็คสายตาทุก ๆ 1ปี เพราะเป็นช่วงที่เริ่มมีค่าสายตายาวตามอายุ

6 ขั้นตอนตรวจวัดสายตากับนักทัศนมาตรที่ OPTICLAND ฉบับเข้าใจง่าย

ขั้นตอนที่ 1 : สอบถามปัญหาการมองเห็น

          จะมีการซักประวัติถึงปัญหาในการมองเห็น และปัญหาจากการใช้แว่นอันเดิม รวมไปถึงสอบถามถึงลักษณะของการใช้สายตาในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะนำไปสู่การพิจารณาและแนะนำเลนส์สายตาที่ตอบโจทย์การใช้งานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

ขั้นตอนที่ 2 : ตรวจการทำงานของตาเบื้องต้น

          เพื่อทดสอบดูความสามารถในการมองเห็นและมุมมองของภาพ ทดสอบการเคลื่อนไหวของตา ทดสอบตาเขหรือตาเหล่ ทดสอบตาบอดสีเบื้องต้น และทดสอบความสามารถในการเพ่งเมื่อมองในระยะใกล้หรือไกล

ขั้นตอนที่ 3 : หาความผิดปกติของสายตา

  • วัดสายตาและความโค้งด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ AKR750 จากประเทศฝรั่งเศส เริ่มจากการตรวจวัดสายตาด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อประเมิณค่าสายตาเบื้องต้น ว่ามีความสั้น ยาว เอียง เท่าไหร่ ในส่วนของการวัดความโค้งของกระจกตา ซึ่งค่าที่ได้สามารถนำไปพิจารณาเลือกความโค้งของคอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมกับลูกค้าได้ (ในกรณีลูกค้าต้องการใส่คอนแทคเลนส์) 
  • การวัดสายตาด้วยเครื่อง Retinoscope ในการหาค่าสายตาที่แม่นยำยิ่งขึ้น 
  • การวัดสายตาด้วยวิธี Subjective Refraction เพื่อเค้นหาค่าสายตาที่ละเอียดที่สุด ด้วยเครื่องโฟร็อปเตอร์ Vision R-800 จากฝรั่งเศส เครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย ที่สามารถวัดค่าสายตาได้ที่ความละเอียดระดับ 0.01 D (ไดออปเตอร์) ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

ขั้นตอนที่ 4 : การตรวจสุขภาพตาเบื้องต้น 

          ในเคสที่สงสัยว่าจะมีโรคปัญหาทางตาที่ไม่สามารถแก้ไขด้วยเลนส์สายตาและคอนแทคเลนส์ได้ เช่น โรคต้อกระจก ต้อลม ต้อเนื้อ จะมีการใช้เครื่อง Slit-lamp ในการสกรีนโรคทางตาเพื่อส่งต่อให้กับจักษุแพทย์ต่อไป

ขั้นตอนที่ 5 : สรุปผล และให้ทดลองใส่เลนส์จริง จากค่าสายตาที่วัดได้

          หลังจากวัดสายตาจนได้ค่าสายตาอย่างละเอียดแล้ว จะมีการพิจารณาเลือกค่าสายตาที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละคน และให้เลนส์ทดลองลองใส่เดินก่อนสั่งเลนส์จริง

ขั้นตอนที่ 6 : แนะนำกรอบแว่นให้เหมาะสมแต่ละบุคคล

          การเลือกกรอบแว่นจะมีการพิจารณาหลายรุปแบบ ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเลือกเอง เพื่อให้กรอบแว่น เหมาะกับค่าสายตา รูปหน้า ไลฟ์สไตล์และลักษณะอาชีพการทำงานในแต่ละบุคคล ซึ่งหลังจากได้แว่นตาก่อนที่จะทำการ fit ตำแหน่งเลนส์ ทางร้านจะทำการตัดแว่นให้เข้ากับรูปหน้าของลูกค้ามากที่สุด และใช้เครื่องช่วยกำหนด center ของเลนส์ให้ตรงกับตาดำของคุณมากที่สุด ได้แก่ เครื่อง Visio Office และ เครื่อง Spark mi up ซึ่งเครื่องต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นการถ่ายรูปหลาย ๆ มุมมองของลูกค้า เพื่อที่จะดูองศาที่เหมาะสมที่สุดในการ fit ประกอบเลนส์เพื่อความแม่นยำสูงสุด และมีความสะดวกสบายในการสวมใส่นั่นเอง

นักทัศนมาตร วัดสายตา

นักทัศนมาตรที่ดี ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ?

  • มีใบประกอบวิชาชีพ
  • มีความเชี่ยวชาญในปัญหาสายตาได้อย่างถูกต้อง
  • การเลือกกรอบแว่นให้สอดคล้องกับค่าสายตา 
  • การวิเคราะห์ แก้ปัญหา ที่เหมาะกับลูกค้าได้อย่างถูกต้อง

5 เหตุผลที่คนนิยมเลือกตัดแว่นกับ Opticland

1. ประสบการณ์การตัดแว่นมากกว่า 40 ปี

          การบริการที่ OPTICLAND เป็นการส่งต่อ Passion การดูแลสายตาและการมองเห็นที่ดี มาจากรุ่นสู่รุ่น จนถึงรุ่นที่ 3 ในปัจจุบัน บุคลากรมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องการใส่แว่นตา การปรับแต่งแว่นตาให้ใส่สบาย

2. ดูแล โดยนักทัศนมาตรที่มีใบประกอบวิชาชีพ

          นักทัศนมาตรทุกท่านในร้านแว่นตาออพติคแลนด์ ถือใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะโดยอาศัยทัศนมาตร จากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งต้องมีการสอบวัดความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ

3. ใช้เครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย

          เครื่องวัดสายตา Vision R-800 เป็นเครื่องมือที่มีความทันสมัยมากที่สุดและ มีเพียง 12 เครื่องในประเทศไทย เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการค้นพบความผิดปกติของปัญหาทางสายตา ที่สามารถวัดสายตาได้ด้วยความละเอียดระดับ 0.01 D

4. ดูแลครบวงจร

          มีการให้บริการตั้งแต่การให้คำปรึกษา ความพิถีพิถันและความละเอียดในการวัดสายตาอย่างใส่ใจ จนไปถึงการบริการหลังการขาย กรณีหากลูกค้าพบปัญหาต่าง ๆ  โดยเจ้าของร้าน

5. มีความน่าเชื่อถือ

          Opticland เป็นร้านแว่นตาที่มีมาตรฐาน สามารถตัดแว่นที่มีคุณภาพดี ใส่ได้อย่างสบายตา ซึ่งทางร้านได้รับความไว้วางใจจากดารา และคนทั่วไปในการเลือกใช้บริการตัดแว่นกว่า 10,000 คน